โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ ใช้เทคโนโลยี ช่วยในการวินิจฉัย และรักษาโดยการส่องกล้อง โทร.053 999777

15 พฤศจิกายน 2561

กองทุนเงินทดแทน ตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลลานนา


      
     เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 นพ.ดุสิต  ศรีสกุล ผู้อำนวยการ และ นพ.ธีระยุทธ นิยมกูล รองผู้อำนวยการ รพ.ลานนา ให้การต้อนรับ คณะที่ปรึกษาทางการแพทย์และทางการพยาบาล จากสำนักงานกองทุนทดแทน และสำนักงานประกันสังคม นำโดย นพ.บรรเทิง พงศ์สร้อยเพชร ที่ปรึกษาทางการแพทย์ สนง.กองทุนเงินทดแทน พร้อมคณะ ในโอกาสที่ได้เข้ามาตรวจเยี่ยม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และข้อปฏิบัติต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อตกลงที่ สนง.กองทุนเงินทดแทนได้กำหนดไว้ เพื่อให้มีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างอย่างถูกต้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร C  
     
    โดยโรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานพยาบาลหลัก ที่เข้าร่วมในสิทธิ์กองทุนเงินทดแทน รักษาพยาบาลลูกจ้างที่ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ลูกจ้างที่บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยจากการทำงานสามารถใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกันของ รพ.ลานนา  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.053-999-777







เศษหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นปวดทรมาน รพ.ลานนา ใช้เทคโนฯ ผ่าแผลเล็ก-เจ็บน้อย-หายไว


ทนทุกข์กว่า 3 ปีจนปวดมากสู้ไม่ไหว!!

มีกรณีของนักธุรกิจชาวเชียงใหม่ซึ่งเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังนานถึง 3 ปีแต่ไม่ยอมไปพึ่งพาหาหมอเพราะกลัวว่าจะต้องโดนผ่าตัด ทำให้แก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยการหาซื้อยามารับประทานควบกับการไปหา “หมอนวด” เพื่อช่วยผ่อนคลายเส้นสายที่เจ้าตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นต้นเหตุ แต่แล้วอาการปวดก็ยังตามมาหลอกหลอนหนักขึ้นกว่าเดิมเพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยที่เจอความทุกข์มาบั่นทอนความสุขรายนี้ซึ่งมีนามว่า ชัยธรรมวุฒิ วงศ์เนตตกุล...นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วัย 52 ปีจำใจต้องไป รพ.ในที่สุด

...
“หมอจอแก้ว” มีรายละเอียดเรื่องนี้จากการบอกเล่าของเจ้าตัวหลังจากที่เขาได้ตัดสินใจให้ภรรยาพาดิ่งไปที่ ศูนย์โรคปวดหลัง รพ.ลานนา จ.เชียงใหม่ จึงเป็นผลให้ได้รับการบำบัดรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอเป็นผลสำเร็จและรอดพ้นความทุกข์ได้ด้วยเวลาอันสั้นแบบบที่เจ้าตัวไม่ได้คาดคิดมาก่อน...โดย “คุณชัยธรรมวุฒิ” เผยถึงเรื่องนี้ว่าตอนที่เริ่มเกิดอาการปวดหลังได้มีโรคประจำตัวคือเบาหวานอยู่ก่อนแล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่อาจตัดสินใจไปหาหมอเพราะกลัวว่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนเป็นเบาหวานหากต้องมีแผลแล้วจะหายยาก ยิ่งกว่านั้นยังกังวลอีกด้วยว่าหลังผ่าตัดอาจจะส่งผลให้ตัวเองเดินไม่ได้ปกติเหมือนเดิม...
ผู้ป่วยได้ลำดับความตั้งแต่เกิดอาการเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาโดยแรกทีเดียวจะปวดเมื่อยหลัง เมื่อยเอว ซึ่งเจ้าตัวก็คิดว่าน่าจะเป็นผลจากการทำงานที่ต้องเดินทางนั่งรถ ขับรถไปหาลูกค้าบ่อย ๆ โดยบางครั้งอาจเผลอตัวไปยกของหนัก มีการเอี้ยวตัวผิดท่าบ้างจึงคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้คงจะมีผลให้อาการปวดหลังสะสมเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่สงสัยคือ...เมื่อวันเวลาผ่านไปแล้วเพราะเหตุใดยังมีอาการปวดเมื่อยอยู่อีก แถมยังมีอาการปวดชา ร้าวลงขาขวา เจ็บแปล๊บ ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องประกอบกิจกรรมใด ๆ และไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดินนาน ๆ จะยิ่งปวดมาก...มากจนต้องนั่งพักเพื่อให้อาการทุเลาลงก่อนมิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้...แต่ในที่สุดก็เจอความปวดชนิดสุดทนระหว่างที่นั่งรถกลับต่างจังหวัด จู่ ๆ อาการปวดหลังได้กำเริบหนักมากราวกับว่าเส้นจะขาด ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนก็ไม่ได้ เดินก็แทบไม่ไหวซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นความทรมานมากที่สุดที่เคยเจอ จึงได้ขอให้ภรรยาพาไปโรงพยาบาลลานนาโดยไม่ยอมเสียเวลาทนอีกต่อไป

หลังที่พากันมาถึง “รพ.ลานนา” ก็ได้ตรงไปที่ “ศูนย์โรคปวดหลัง”  โดยได้รับการตรวจ-วินิจฉัยจาก นพ.เดชวัศวร์  ศิวัชพันธุ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ ซึ่งหลังจากได้รับการซักประวัติแล้วได้ไปเข้ารับการตรวจร่างกายด้วยเทคโนโลยีสแกนร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI จึงได้ทราบผลว่า... “หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท”  โดย “คุณหมอเดชวัศวร์”  ได้อธิบายด้วยว่าพบเศษของกระดูกสันหลังแตกเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยและได้ไปเบียดกดทับเส้นประสาท อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังรุมเร้าบ่อย ๆ บางทีก็ชาร้าวลงขา เจ็บแปล๊บ ๆ เหมือนไฟช็อตบ่อยครั้ง...ซึ่งทางออกเพื่อให้พ้นทรมานที่คุณหมอแนะนำคือ “รักษาด้วยการผ่าตัด...”



เทคโนฯ ผ่าตัดแผลเล็ก...อีก 1 ที่พึ่งของชาวเหนือ
ต่ด้วยเหตุที่ “คุณชัยธรรมวุฒิ” ยังมีความคิดคำนึงว่าจะเดินไม่ได้...ผ่าไปแล้วอาจจะไม่ฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิม ที่สำคัญคือเป็นโรคเบาหวานอยู่ก่อนแล้วจึงกลัวว่าแผลผ่าตัดจะหายช้าและต้องดูแลมากกว่าคนปกติ จึงไม่อาจตกลงปลงใจตามที่คุณหมอแนะนำโดยยังคงนอนพักรักษาตัวที่ รพ.ลานนา โดยหวังว่าอาการจะดีขึ้นจากยาที่คุณหมอสั่งให้...แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผลเพราะหากหมดฤทธิ์ยาเมื่อใดอาการปวดหลังก็จะมารบกวนเหมือนเดิม จึงทำให้ “คุณหมอเดชวัศวร์” ได้เข้ามาแนะนำการรักษาด้วย “เทคโนโลยีผ่าตัดหลังแบบแผลเล็ก” หรือเรียกอย่างย่อว่า “MISซึ่งเป็นเทคนิคที่ต่างจากการผ่าตัดที่ใช้กันมาก่อนโดยการเปิดแผลขนาดประมาณ 5 – 10 ซม.เพื่อให้มีช่องทางที่ใหญ่พอสำหรับการรักษา แต่การผ่าตัดในปัจจุบันได้มีทางเลือกด้วยเทคนิคใหม่ดังกล่าวคือ “การผ่าตัดหลังแบบแผลเล็ก” ซึ่งใช้อุปกรณ์และเทคนิคพิเศษอันเป็นผลดีโดยแผลผ่าตัดได้ลดขนาดเหลือ 2-3 ซม. ทำใผู้ป่วยเสียเลือดระหว่างการผ่าตัดน้อยลง จึงช่วยให้ฟื้นตัวได้ไวกว่า กลับบ้านได้เร็วขึ้น...ทำให้ผู้ป่วยรายนี้ตอบรับการรักษาด้วย เทคนิคผ่าตัดหลังแบบแผลเล็ก MIS ในวันนั้นเลย...ซึ่งหลังจากการผ่าตัดผ่านพ้นไปแล้ว “คุณชัยธรรมวุฒิ” กล่าวอย่างชัดเจนว่า 

“...ความคิดเรื่องการผ่าตัดหลังเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่รักษาครั้งนี้เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดเลย ออกจากห้องผ่าตัดและรู้สึกตัวขึ้นมาก็รู้เลยว่าอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือผมฟื้นตัวเร็วมาก แผลจากการผ่าตัดก็เล็กนิดเดียว นอนโรงพยาบาล 2 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว จากนั้นก็พักรักษาตัวที่บ้านแค่ครึ่งเดือนผมก็พร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว...เรียกว่าตอนนี้ผมปกติดีขึ้นมากแล้วครับ ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง ไม่มีอาการปวดหลัง หรือปวดร้าวไปที่ขาอีกแล้ว ที่สำคัญสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุขอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลผมตลอดการรักษาที่ รพ.ลานนา แห่งนี้ครับ”

“หมอจอแก้ว” เชื่อแน่ว่ายังมีชาวเหนืออีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดหลังอันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุรวมทั้งจากปัญหาหมอนรองกระดูกแตก หรือ เคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทดังที่ “คุณชัยธรรมวุฒิ” ได้เจอมาแล้วและไม่มีทางฟื้นคืนกลับได้ดังเดิมหากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี...โชคดีที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ได้เข้ามามีส่วนอย่างมากในการช่วยให้เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายได้มี “ที่พึ่ง” ทำให้คุณหมอมี “เครื่องมือใหม่ ๆ “  มาช่วยแก้ปัญหาอาการปวดหลังให้ผู้ป่วยทั้งหลายได้อย่างสะดวกและเจ็บตัวน้อยลง...
รพ.ลานนา จ.เชียงใหม่ ฝากย้ำไว้เลยว่า...”อย่ายอมทนทุกข์ทรมานเพราะอาการปวดหลังต่อไปโดยเด็ดขาด รีบไปปรึกษาคุณหมอเร็วที่สุดเป็นดีที่สุด...”




โรงพยาบาลลานนา ร่วมการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ




       วันนี้ 13 .61 เวลา 10.00 . ทีมเจ้าหน้าที่แผนกฉุกเฉินและยานยนต์ โรงพยาบาลลานนา เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ จัดโดยเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น ฝึกซ้อมแผนดับเพลิงที่เกิดจากวัตถุไวไฟ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแก่เจ้าหน้าที่ในการออกปฏิบัติช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2561 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ เชียงใหม่